News

เงินปันผลแบงก์ไหนให้ผลตอบแทนสูงสุด รู้ก่อน รวยก่อน

เงินปันผลแบงก์ไหนให้ผลตอบแทนสูงสุด รู้ก่อน รวยก่อน ปัจจุบันแนวทางการหาเงินหรือกลยุทธ์ในการลงทุนด้วยการปล่อยให้เงินทำงาน หรือที่หลายคนเรียกว่า “Passive Income” เป็นที่พูดถึงกันอย่างทั่วหลาย โดยการลงทุนในรูปแบบนี้ส่วนใหญ่รายได้นั้นจะมาจากเงินปันผล จากรูปแบบการลงทุนของกองทุน หุ้น อสังหาริมทรัพย์ และค่าลิขสิทธิ์

ทำความเข้าใจ “หุ้นปันผล”
“หุ้นปันผล” (Stock Dividend) คือ การจ่ายปันผลในรูปของหุ้นสามัญออกใหม่ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งทางเลือกของบริษัทในการจ่ายผลตอบแทนให้ผู้ถือหุ้น นอกเหนือจากการจ่ายปันผลในรูปแบบเงินสด (Cash Dividend) โดยหุ้นปันผลจะกำหนดจำนวนหุ้นที่จ่ายให้ผู้ถือหุ้นตามสัดส่วนของหุ้นที่ถืออยู่ บริษัทจึงต้องเพิ่มทุนเพื่อนำมาจ่ายเป็นหุ้นปันผลดังกล่าว การจ่ายหุ้นปันผลไม่ส่งผลกระทบต่อส่วนของผู้ถือหุ้นในงบดุล แต่จำนวนกำไรสะสมจะลดลงในขณะที่จำนวนหุ้นสามัญและ/หรือส่วนเกินมูลค่าหุ้นจะเพิ่มขึ้นในจำนวนที่เท่ากัน

ควรเลือกลงทุนใน “หุ้นปันผล” ยังไง?
ข้อดีของการลงทุนในหุ้นปันผลก็คือ เป็นหุ้นที่สามารถเอาชนะเงินเฟ้อได้ โดยเงินเฟ้อของไทยเฉลี่ยอยู่ที่ 3% ต่อปี เพราะเป็นการลงทุนในกิจการ เมื่อลงทุนในธุรกิจที่ดีก็ย่อมคาดหวังการเจริญเติบโต ซึ่งโดยเฉลี่ยแล้วอัตราการเติบโตของบริษัทที่ดีมักจะมากกว่าเงินเฟ้อ จากสถิติการลงทุนในหลายๆ ปีที่ผ่านมาพบว่า ผลตอบแทนจากการลงทุนในหุ้นให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 5 – 10% ต่อปี (ซึ่งมากกว่าค่าเฉลี่ยเงินเฟ้อ) ถือว่าดี!!

เมื่อความดีและความคุ้มค่าของหุ้นปันผลเกิดขึ้นให้เห็นแล้ว หลายคนคงมีคำถามในใจว่าเมื่อเราสนใจที่จะลงทุน เราควรจะเลือกลงทุนในหุ้นปันผลยังไง? วันนี้ทีมงาน CheckRaka ก็พร้อมมีคำตอบมาฝากให้พิจารณาการเลือกหุ้นปันผลจาก 3 ปัจจัยนี้ค่ะ

ปัจจัยที่ 1 >> ควรเป็นกิจการที่มีฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง เป็นผู้นำในธุรกิจที่ดำเนินการอยู่ มีแบรนด์หรือตราสินค้าที่เป็นที่จดจำของลูกค้า ที่สำคัญเราต้องรู้จักและเข้าใจในธุรกิจที่เรากำลังลงทุนด้วย

ปัจจัยที่ 2 >> มีความสม่ำเสมอในการจ่ายเงินปันผล ซึ่งสะท้อนถึงนโยบายและความเคร่งครัดของบริษัทในการจ่ายเงินปันผล โดยอาจดูได้จากข้อมูลการจ่ายเงินปันผลในอดีต (สามารถหาข้อมูลได้จากเว็บไซต์ของทางตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย www.set.or.th, www.settrade.com) หุ้นปันผลที่ดีนอกจากปันผลอย่างต่อเนื่องแล้วควรปันผลมากขึ้นด้วย เช่น จากข้อมูลย้อนหลัง ปีแรกปันผล 1 บาท ปีที่สองควรปันผล 1.10 บาท และปีที่สามควรปันผล 1.20 บาท เป็นต้น เพราะหากกิจการสามารถจ่ายเงินปันผลที่มากขึ้น นั่นหมายถึงสุขภาพทางการเงินและการดำเนินงานของบริษัทมีแนวโน้มการดำเนินงานที่เติบโตขึ้นเรื่อยๆ ก็จะทำให้นักลงลทุนมีความอุ่นใจในระดับหนึ่ง

ปัจจัยที่ 3 >> ต้องอย่าลืมว่าการลงทุนในหุ้นปันผลคือการลงทุนระยะยาว เป็นการให้เงินทำงานแทนเรา นอกจากนี้เรามักจะพบว่าหลังจากที่บริษัทจ่ายเงินปันผลออกมา หุ้นจะมีราคาตกลงมาเท่ากับหรือมากกว่าเงินปันผลที่เราได้ (การจ่ายเงินปันผลให้ผู้ถือหุ้น คือการจ่ายเงินมาจากกำไรสุทธิ หรือกำไรสะสม ทำให้เงินสดในกิจการลดลง ส่งผลให้ราคาหุ้นอาจลดลงได้) ดังนั้นถ้าเราหวังแค่เงินปันผลระยะสั้น อยากซื้อหุ้นเพื่อรับเงินปันผลแล้วขายเลย อาจทำให้เราขาดทุนที่ราคาหุ้นแทน

จากปัจจัยหลักข้างต้นจะเห็นได้ว่า หุ้นธุรกิจที่น่าสนใจและมีคุณสมบัติครบทั้ง 3 ปัจจัยในการเลือกลงทุนหุ้นปันผลนั่นก็คือ หุ้นจาก “เงินปันผล” ของธนาคารต่างๆ ค่ะ หากใครสนใจก็ติดตามต่อเพื่อดูราคา “เงินปันผล” ของหุ้นธนาคารที่น่าสนใจกันเลยค่ะ