News

อนามัยโลกคาดพบผู้ป่วย “ฝีดาษลิง” เพิ่มขึ้น แต่ไม่น่าถึงขั้นระบาดใหญ่

องค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) เผยแพร่รายงานเมื่อวันเสาร์ เกี่ยวกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคฝีดาษวานร หรือฝีดาษลิง ว่าพบผู้ป่วยสะสมเพิ่มเป็นอย่างน้อย 92 คน ใน 12 ประเทศ โดยทุกประเทศไม่เคยมีการยืนยันผู้ติดเชื้อนี้มาก่อน และยังมีผู้ป่วยสะสมเข้าข่ายอีกอย่างน้อย 28 คน

ทั้งนี้ นพ.เดวิด เฮย์แมน ผู้เชี่ยวชาญด้านระบาดวิทยาของดับเบิลยูเอชโอ กล่าวถึงรูปแบบการแพร่ระบาดของโรคฝีดาษลิงที่กำลังเกิดขึ้นในลักษณะผ่านการมีความสัมพันธ์ทางเพศ ขณะที่ผลการวิเคราะห์ลำดับเบสในเบื้องต้น พบว่า รูปแบบการแพร่กระจายเชื้อของผู้ป่วยหลายคนในยุโรป เป็นไปในลักษณะเดียวกับที่เคยเกิดขึ้นในสหราชอาณาจักร อิสราเอล และสิงคโปร์ เมื่อปี 2561

แม้การพบผู้ป่วยในเวลานี้ล้วนเกิดขึ้นในกลุ่มประเทศที่ไม่เคยมีการยืนยันผู้ป่วยมาก่อน และมีแนวโน้มที่จะพบผู้ป่วยมากขึ้นอีก แต่ นพ.เฮย์แมนมองว่า สถานการณ์ไม่น่าถึงขั้นเป็นการแพร่ระบาดครั้งใหญ่เหมือนโรคโควิด-19 เนื่องจากโรคฝีดาษลิง “ไม่ได้ติดต่อกันง่ายขนาดนั้น” อย่างไรก็ตาม จำเป็นต้องมีการสังเกตการณ์ เพิ่มการให้ความรู้ และติดตามผลจากกลุ่มเสี่ยงสูง ซึ่งสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วย

อนึ่ง ในรายงานเกี่ยวกับโรคฝีดาษลิงของดับเบิลยูเอชโอ ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา กล่าวถึงการที่ผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่ในยุโรปมีความเชื่อมโยงกับคลินิกสุขภาพทางเพศ และกลุ่มคนรักเพศเดียวกัน และรูปแบบเบื้องต้นของการแพร่กระจายโรคในทางภูมิศาสตร์ บ่งชี้ว่า การแพร่เชื้อ “เกิดขึ้นในเวลาเดียวกัน”

ปัจจุบัน โรคฝีดาษลิงยังไม่มีวัคซีนโดยตรง แต่ดับเบิลยูเอชโอกล่าวว่า วัคซีนป้องกันโรคไข้ทรพิษหรือฝีดาษ มีประสิทธิภาพประมาณ 85% ต่อโรคฝีดาษลิง โรคฝีดาษลิง ซึ่งเกิดจากเชื้อไวรัส พบครั้งแรกในลิงทดลอง เมื่อปี 2501 และมีการยืนยันว่าพบในมนุษย์ เป็นครั้งแรก เมื่อปี 2513 โดยส่วนใหญ่พบในทวีปแอฟริกานั้น คือ เป็นไข้ หนาวสั่น ปวดศีรษะ เจ็บคอ ต่อมน้ำเหลืองโต ปวดกล้ามเนื้อ มีผื่นขึ้นตามร่างกายภายใน 1-3 วัน แล้วผื่นนั้นจะกลายเป็นตุ่มหนอง ก่อนกลายเป็นสะเก็ดและหลุดออก

โรคฝีดาษลิงไม่ได้ติดต่อกันโดยง่าย และรักษาให้หายได้ อย่างไรก็ตาม การแพร่เชื้อสามารถเกิดขึ้นได้ ผ่านการสัมผัสกับสารคัดหลั่งของผู้ป่วย บาดแผลของผู้ป่วย และข้าวของเครื่องใช้ของผู้ป่วย และการได้รับเชื้อจากละอองฝอยที่เข้าสู่ระบบทางเดินหายใจ