News

ดูซีรี่ย์ BNA : Brand New World อนิเมะมนุษย์สัตว์ เสียดสีสังคมชิ้นเยี่ยม

ดูซีรี่ย์ BNA : Brand New World อนิเมะมนุษย์สัตว์ เสียดสีสังคมชิ้นเยี่ยม สำหรับเรื่องนี้เป็นอนิเมะแนวแอ็กชั่น ดราม่า แฟนตาซี ปนการเสียดสีสังคม แล้วนำเสนอในแบบ “บ้าพลัง” ซึ่งเป็นแนวทีมงาน Trigger ถนัดมาแต่ไหนแต่ไรอยู่แล้ว แต่สิ่งที่เรื่องนี้พัฒนาขึ้นมามากที่สุดในผลงานทั้งหมดของค่ายนี้ก็คือ แม้ว่าฉากหน้าจะดูเป็นการ์ตูนเด็ก ที่เอาสัตว์ต่างๆมาเป็นตัวเดินเรื่อง แต่ภายในเนื้อหานั้นเป็นเรื่องที่นำเสนอในมุมเรต 18+ ที่รุนแรงไม่น้อย แต่ก็ไม่ได้ถึงขั้นดาร์กจัดจนเด็กดูไม่ได้ เพราะเรื่องจะใช้เทคนิคการเล่าเรื่องแบบสว่างปนดาร์กแบบกึ่งโชเน็น

ด้านสาระที่ถูกนำเสนอในเรื่อง มีความสอดคล้องกับสถานการณ์ของโลกปัจจุบันหลายเรื่องพอดี ไม่ว่าจะเป็นประเด็นสิทธิมนุษยชน การแบ่งแยกเชื้อชาติ ปัญหาชนกลุ่มน้อย การเหยียดผิว ปัญหาค้ามนุษย์ เครือข่ายต้มตุ๋น การจิกกัดเรื่องศาสนา การใช้ความรุนแรงทางเพศ เป็นต้น แต่ที่ฮาสุดๆคือมีการจิกกัดเรื่องขายเครื่องกรองน้ำของธุรกิจเครือข่ายด้วย แต่ตัวเรื่องก็ไม่ได้แตะในแง่แนวทางแก้ปัญหาพวกนี้เท่าไรนัก เพียงแค่บอกเล่าปัญหาพวกนี้ขึ้นมาว่ามันมีอยู่จริงในทุกสังคมโลก (เช่นเดียวกับสังคมมนุษย์สัตว์ในเรื่องนี้)

ด้านคาแรคเตอร์ตัวละคร เรื่องนี้เหมือนมีความพยายามที่จะฉีกจากสูตรสำเร็จของค่าย Trigger ที่เคยทำมาก่อนหน้านี้ ซึ่งถ้าใครเป็นแฟนผลงานของค่ายนี้จะพอนึกภาพออก คือตัวละครเอกจากสตูดิโอนี้จะมีบุคลิกคล้ายกันหมด ไม่ว่าจะเป็นตัวเอกหรือหญิงชาย ก็จะมาแนวเลือดร้อน บ้าพลัง ซึ่งนางเอกของเรื่องนี้อย่าง มิจิรุ ก็เป็นแบบนั้น แต่ก็มีความพยายามเพิ่มมิติตัวละครที่มีความเป็นวัยรุ่นที่ซับซ้อนและดูสมจริงเข้ามาอีก ส่วนพระเอกอย่าง ชิโร่ ก็ถือว่าเป็นตัวละครเอกแบบที่ไม่เคยมีมาก่อนของค่ายนี้ คือมาแนวสุขุมเยือกเย็น พึ่งพาได้ มองโลกแง่ร้าย แต่ก็แฝงความบ้าพลังไว้เหมือนกัน

จุดที่ต้องชมของเรื่องคือ การเซตติ้งตัวละครมนุษย์สัตว์ คือมีการใช้คุณลักษณะเด่นและด้อยของสัตว์แต่ละประเภทให้เป็นประโยชน์กับเรื่องราวได้ดี ดูไปแล้วเข้าใจเลยว่า ทำไมถึงแต่งให้นางเอกอย่างมิจิรุเป็นทานุกิ (พ้องกับความสามารถในการแปลงร่าง ที่คนญี่ปุ่นมีความเชื่อว่าทานุกิเป็นสัตว์ที่แปลงกายได้) หรือชิโร่ ที่เป็นหมาป่า ก็เอาความสามารถในการดุมกลื่นมาประยุกต์ให้เป็นประโยชน์กับเรื่องราวและทักษะในการสืบสวนของพระเอกได้ดี หรือของ นาสึนะ ที่เป็นหมาจิ้งจอก คนญี่ปุ่นก็มีความเชื่อว่าเป็นหนึ่งในสัตว์ที่มีวิชาอาคม แปลงกายได้ และรวมถึงของมนุษย์สัตว์อื่นๆในเรื่องที่ดัดแปลงความสามารถได้น่าสนใจ

ตัวเรื่องยังเจาะเข้าไปถึง ธรรมชาติของสัตว์ในแง่สังคม แล้วสร้างออกมาเป็นปมใหญ่ของเรื่องราวที่ค่อนข้างหักมุมในตอนท้ายได้อย่างน่าสนใจ โดยเฉพาะเรื่องความกระหายเลือด ความอารมณ์ร้อนของสัตว์ป่าที่จุดติดง่าย ปัญหาของการที่จับสัตว์หลายสายพันธุ์มาอยู่ร่วมกันในถิ่นเดียว ซึ่งผิดธรรมชาติของสัตว์บางสายพันธุ์ที่จะอยู่ในถิ่นของตัวเอง และยังแง่อื่นๆอีก แต่ขณะเดียวกันก็มีการตั้งคำถามด้านมนุษยธรรม และความหลงตัวเองของมนุษย์ที่ถือว่าตนเป็นใหญ่สุดในโลกด้วย

ด้านงานภาพ โปรดักชั่น CG ก็เต็มไปด้วยลายเซ็นต์ของค่าย Trigger ที่สามารถพบได้จากเรื่องก่อนหน้านี้ เช่น ฉากแอ็กชั่นแบบระเบิดตูมตามโอเวอร์ เอฟเฟคประกายแสง (ที่มีทุกเรื่อง) ไปจนถึงฉากตลกร้ายต่างๆเพื่อปรับอารมณ์ไม่ให้เรื่องเครียดเกินไป

อีกจุดที่ตัวเรื่องบอกเล่าได้ดีคือ ฉากแสดงอารมณ์ที่ลึกซึ้งของตัวละคร ที่มีการสลับกับการแช่ภาพเงียบๆของตัวละครไว้ และการนำเสนอด้านความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนผู้หญิงของมิจิรุและนาสึนะที่ทำออกมาได้น่าเชื่อถือว่าพวกเธอเป็นเด็กวัยรุ่นผู้หญิงยุคใหม่และเป็นเพื่อนกันจริงๆ ทั้งบทสนทนาต่างๆระหว่างตัวละคร และการที่ไม่ได้ยัดบทดราม่าที่ชวนอึดอัดเข้ามาตลอดเวลา ถึงแม้ว่าทั้งสองคนจะมีความขัดแย้งแฝงอยู่ตลอดเรื่องก็ตาม แต่พอถึงที่สุดแล้วตัวละครทั้งสองก็เลือกที่จะไม่ก่อดราม่างี่เง่าแบบที่เรามักจะเห็นกันสำหรับพวกตัวละครเพื่อนรักในหลายเรื่อง

ส่วนความสัมพันธ์ระหว่างคู่พระนางในเรื่องก็ทำได้ดี ที่จริงควรเรียกว่า ตัวเอกหญิงและชายมากกว่า เพราะความสัมพันธ์ไม่ได้มาแนวคนรักในแนวโรมานซ์ เป็นแนวเพื่อนคู่หูต่างวัยที่ต้องมาจับคู่ทำภารกิจกันมากกว่า

จุดที่น่าเสียดายคือ บทของตัวร้าย ที่แค่เปิดตัวมาก็รู้แล้วว่านี่แหละผู้ร้ายตัวจริง ดูแล้วไม่ได้เดายากอะไร ถึงแม้ฉากหน้าจะทำตัวเป็นคนดีก็ตาม ส่วนฉากต่อสู้ตอนท้ายเรื่องก็ทำออกมาสรุปรวบรัดง่ายเกินไปนิด ซึ่งก็น่าเสียดายถ้าหากจะไม่มีซีซันสอง เพราะเอาเข้าจริงเรื่องนี้ยังสามารถขยายเรื่องราวออกไปได้อีกมาก แต่ตัวเรื่องมันก็สรุปเรื่องราวจบในซีซันได้หมดจนเกือบจะเคลียร์ประเด็นหลักทั้งหมดได้ไปแล้วเหมือนกัน

สรุปในภาพรวมแล้ว เป็นอนิเมะซีรีส์อีกหนึ่งเรื่องที่สตูดิโอ Trigger ก็ยังคงระดับมาตรฐานไว้ได้ดีว่าถ้าเป็นงานที่ออกมาจากค่ายนี้ จะไม่มีคำว่าแย่หรือผิดหวัง จะมีแต่เสมอตัว หรือทำได้ดีไปเลย ซึ่งเรื่องนี้อยู่ในระดับมาตรฐานค่อนบวก แม้จะเป็นเรื่องตามสูตรสำเร็จ เดินเรื่องเป็นเส้นตรง แต่ก็สามารถเปิดดูได้เพลินๆเรื่องหนึ่งครับ โดยส่วนตัวแล้วเรื่องนี้ทำได้สนุกกว่า Little Witch Academia ผลงานเรื่องก่อนของสตูดิโอที่มีฉายอยู่ใน Netflix เช่นกัน